10 อันดับสายพันธุ์แฟนซีคาร์พยอดนิยมในหมู่ผู้เลี้ยงของจันทบุรี

       ปลาคาร์พแต่ละชนิดนั้นมี จุดเด่นและความน่าสนใจที่แตกต่างกันปลาที่เปลี่ยน
แปลงได้ง่าย หรือทุก ๆ ตัวมีลักษณะสีสันที่เหมือน กัน ก็ไม่แนะนำให้เลือกมาเลี้ยง
กันหลาย ๆ ตัว เช่น คุมงริว โอกาสที่จะได้คุมงริวที่มีลักษณะที่ดีซักตัวก็ เหมือนกับ
ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล หากโชคดีก็เหมือนกับถูกรางวัลใหญ่ ซึ่งโอกาสที่ว่านั้นไม่มี
ให้กันบ่อย นัก คุมงริวจึงเป็นปลาที่เล่นยาก ควรเป็นปลาที่นำมาเลี้ยงก็เมื่อปลาหลัก
มีครบแล้ว ส่วนปลาตระกูล ฮิการิมูจิโมโน อย่าง โอกอน เพล็ทตินั่ม ออเร้นจ์โอกอน
ก็ถือเป็นปลาที่น่าเลี้ยง แต่หากในบ่อมีปลา อย่างเจ้าโอกอน 3 - 4 ตัวขึ้นไปคงดูไม่
จืด ที่สำคัญการเลี้ยงปลาตระกูลนี้ควรระวังในการให้อาหารที่เร่งสี เพราะอาจทำให้
สีปลาระเบิด คือ มีสีอื่นขึ้นตามตัว ส่วนเพล็ทตินั่มเป็นปลาพื้นขาว ดังนั้นปลาตัวนี้
สามารถชดเชยได้  โดยปลาที่มีพื้นขาวเป็นหลักอย่าง  ชิโร่  ตันโจ  ซึ่งการทดแทน
ในเรื่องสีขาวบนตัวปลาในปลาชนิดที่ว่าน่าจะเข้าท่า และมีความหมายกว่า เป็นต้น

สำหรับใน 5 อันดับสุดท้ายนี้จากการพูดคุยกับกลุ่มผู้เลี้ยงปลาคาร์พเมืองจันทบุรี
ส่วนมากปลากลุ่มดังกล่าวนี้ 5 ชนิดที่เหลือมักจะเป็นปลาที่เลี้ยงเพื่อสร้างความต่าง
ในเรื่องสีสันและลวดลายภายในบ่อ ให้สมบูรณืยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้นหากปลาหลัก
อย่าง โคฮากุ โชว่า ซันเก้ ยังไม่ได้ปลาที่ถูกใจที่สุดแล้ว ปลาเหล่านี้ก็น่าจะช่วย
ทดแทนได้บ้าง โดยเฉพาะ โคโรโมะนั้นก็สามารถให้ความรู้ที่ใกล้เคียงกับโคฮากุ
ได้เช่นกัน


ปลากลุ่มฮิการิ มูจิโมโนะ (Hikari muji mono) การพิจารณาความสวยงามของ
ปลาสายพันธุ์นี้ ฮิการิโมโนะ (Hikari Mono) โดยคำว่า Hikari แปลว่า “เกล็ดแวว
วาว” ส่วน mono แปลว่า “ชนิด” ดังนั้นปลาฮิการิมูจิโมโนะ ส่วนคำว่า muji นั้น
แปลว่า สีเดียว ดังนั้นความหมายของปลาฮิคาริมูจิโมโนะ จึงเป็นปลาที่มีมีสีเดียว
แลมีเกล็ดที่แวววาว


อันดับที่ 6 ฮิการิ มูจิโมโนะ (Hikari muji mono) ความสวยงามที่แท้จริงของ
ปลากลุ่มนี้จะอยู่ที่สีสันเป็นหลัก แต่หากเมื่อเกิดจุดที่ระเบิดขึ้นเป็นสีอื่นแล้ว
ความสวยงามและคุณค่าของปลากลุ่มนี้ก็จะถูกมองอีก ความหมายหนึ่ง ซึ่งปัญหาใน
การเลี้ยงปลากลุ่มนี้อยู่ที่การระวังเรื่องอาหารเร่งสีที่เปอร์เซ็นต์สูง ๆ มีโอกาส ให้สี
ระเบิด ในทางปฏิบัตินั้นเราไม่สามารถควบคุมได้ เพราะเราจะดูแลปลากลุ่มนี้
เป็นพิเศษและ ทำให้ สีสันของปลาส่วนใหญ่อย่างเช่น โคฮากุ โชวา ซันเก้ ดูถ้อย
ลงจากการคุมอาหารเร่งสีก็ดูจะไม่ดีนัก

เอาเป็นว่าปลาในกลุ่มนี้ก็มีผู้เลี้ยงให้ความสนใจในระดับหนึ่ง คือ 1 บ่อจะมีประมาณ
1 - 2 ตัวเป็นหลัก ( จันทบุรี ) ดังนั้นความชอบของคนเลี้ยงในจันทบุรีที่มีต่อปลากลุ่ม
นี้อยู่ที่ ความแวววาวของสีสันที่เป็น โทนสีเดียว และด้วยรูปร่างและโครงสร้างของ
ปลาที่ดูกว้างและหนาของปลากลุ่มฮิการิ มูจิโมโนะ



Kawarimono คำว่า Kawari แปลว่า แปลก หรือ ไม่เหมือนใคร ในส่วนวิธีการดู
และเลือกจึงไม่มีหลักเกณฑ์ที่ตายตัว จึงต้องขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของผู้เลี้ยง
เป็นหลักอยู่แล้ว แต่โดยส่วนมากปลาในกลุ่มนี้สำหรับที่จันทบุรีนั้น ผู้เลี้ยงที่ชอบ
ปลากลุ่มนี้จริง ๆ มักจะเลือกปลาเกล็ดใหญ่ ซึ่งดูจะสวยขึ้นเมื่อปลาได้ขนาด


อันดับที่ 7 กลุ่มคาวาริโมโน ( Kawarimono ) เสน่ห์ที่แท้จริงเมื่อปลาอยู่รวมกับ
ปลากลุ่มอื่น ๆ ในบ่อนั้นน่า จะเป็นที่ความแปลกและไม่เหมือนใคร จุดเด่นของ
ปลาคาวาริโมโนนั้นอยู่ตรงที่ดึงเอาจุดเด่นหลาย ๆ อย่าง ของปลาแฟนซีคาร์พ
เข้าด้วยกัน สีในลักษณะโลหะมันวาว และจุดเด่นที่หนีไม่พ้นนั้นคือ ความแปลก
ไม่เหมือนใคร สำหรับปลาคาวาริโมโนนั้นเป็นปลาที่ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่มักเลี้ยงกัน
น้อย ( แต่ที่จันทบุรีนั้น เลี้ยงกันมากครับ โดยเฉพาะปลาเกล็ดใหญ่ หรือ Doitsu) ซึ่งสิ่งดึงดูดกลุ่มผู้เลี้ยงของจันทบุรีให้หันมาเลี้ยงปลาคาร์พในกลุ่มคาวาริโมโนนั้น
เท่าที่สอบถามมา คือ ความแปลกและไม่เหมือนใคร ปลา10 ตัวก็ให้ความรู้สึก สีสัน
และลวดลายที่ต่างกัน 10 ตัวก็ 10 แบบ และยิ่งเลี้ยง ยิ่งโตปลาในกลุ่มนี้ก็ยิ่งสวย
โดยเฉพาะคาวาริโมโนที่เป็นปลาเกล็ดใหญ่


อาซากิ ” แปลว่า “สีฟ้า” ซึ่งหมายถึงสีสันบนตัวปลาสายพันธุ์นี้ซึ่งดูเป็นลายตาข่าย
สีฟ้าซึ่งเป็นจุดเด่นของปลาสายพันธุ์ Asagi


ลำดับที่ 8 Asagi (อาซากิ)  ในการพิจารณาอาซากินั้น ความสวยงามของลวดลาย
ตาข่ายบนหลังปลาที่เกิดจากสีที่เข้มกว่าบนตัวเกล็ด และสีที่จางกว่าบริเวณขอบเกล็ด
ที่ตัดกันทำให้เกิดรูปลักษณะของเส้นตาข่าย  ลวดลายตาข่ายที่ดี จะต้องคมชัด และ
ดูสม่ำเสมอตลอดทั่วตัวปลาส่วนหัวของปลาจะต้องเกลี้ยงสะอาดและ เป็นสีขาว อาซากิ
เป็นปลาที่จะเกิดปัญหาในเรื่องการเพิ่มขึ้นของสีแดงที่บริเวณท้อง ซึ่งเมื่อปลามีอายุ
ที่ มากขึ้นย่อมมีโอกาสที่สีแดงบริเวณท้องจะลามขึ้นมาจนคลุ่มตาข่ายได้ หากปลาที่
เล็กอยู่สีแดงลามมาถึง เส้นข้างตัว อาซากิตัวนั้นย่อมมีโอกาสเป็น ฮิ-อาซากิ ค่อนข้าง
มาก ซึ่งผู้เลี้ยงส่วนใหญ่ไม่นิยม และเป็นข้อได้เปรียบที่ในจันทบุรีมีร้านปลาคาร์พ
ที่สามารถเพาะพันธุ์อาซากิได้ ทำให้ผู้เลี้ยงปลาแฟนซีคาร์พที่ ชื่นชอบอาซากิได้มี
โอกาสในการเลือกที่มากขึ้น

จุดเด่นของอาซากิที่ทำให้ผู้เลี้ยงปลาในจันทบุรีหันมาเลี้ยงอาซากิกันเป็นอันดับ
8 นั้น ก็น่าจะอยู่ที่ เกล็ดที่เป็นตาข่ายสอดรับกันกับสีแดงที่ท้อง หัวขาวสะอาด
ที่ข้อเสียของอาซากินั้นคือ เมื่อปลามีอายุ หรือ โตมากขึ้น สีแดงมักจะลามขึ้นมา
ถึงตาข่ายทำให้ดูไม่ดีนัก ถือเป็นปัญหาที่ไม่สามารถควบคุมได้
 
     
 
     
 

อันดับที่ 9  Kujaku (คุจากุ)   เป็นปลาที่มีสีพื้นเป็นสีเงิน
metallic และวางตำแหน่งด้วยสีแดงหรือสีส้ม ดังนั้นการ เลือก
คุจากุมาเลี้ยงนั้นต้องดูเรื่องของสีสันต้องชัดเจน แดงเป็นแดง
ส่วนแพทเทรินนั้นต้องมีความคมชัด แบ่งขอบเขตชัดเจนและ
ต้องมีความเข้มลึกหนาอยู่ในตัว หัวสะอาดไม่มีตำหนิ ถ้าเลือก
ปลามาตั้งแต่เล็กๆ ขอบสีก็ไม่คม อนาคตปลาเมื่อโตขึ้นจะคม
มากขึ้นเป็นไปได้ยาก แพทเทิ่นของคุจากุที่บริเวณหัวนั้น
ปัจจุบันนิยมให้มีสีเงินของสีพื้นในสัดส่วนที่มากกว่าสีแดงหรือ
สีส้ม และส่วนครีบหูนั้น มักจะนิยมให้มีสีเงินเพียงอย่างเดียว
มากกว่าที่จะมีสีส้มแดงหรือแถบสีดำเจือปน ทั้งหมดนี้ก็เป็น
เพียงส่วนหนึ่งที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อคุจากุมาเลี้ยงครับ


Kujaku เป็นปลาคาร์พที่จัดอยู่ในกลุ่มผิวมัน ( hikari ) จัดอยู่
ในกลุ่มปลา Hikari-moyomono ซึ่งความ เด่นของคุจากุนั้นจะ
อยู่ที่ผิวเกล็ดที่มันวาว ตำแหน่ง และสีสันเป็นหลัก


อันดับสุดท้าย ที่ 10 ยกให้เจ้า Koromo (โกโรโมะ) เป็นปลา
ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับโคฮากุมาก ลักษณะที่ดีคือ สีแดงนั้นมี
ความสว่าง ไม่หมอง ผิวขาวหิมะ และไม่มีรอยสีสะเก็ดอะไรฝังตัว
อยู่บนพื้นขาว สีแดงที่หัวปลา ต้องเปิดปาก เปิดแก้มโชว์ขาว
ลวดลายบนตัวไม่พาดต่ำลงมาเกินเส้นข้างตัว และเปิดช่วงรอย
ต่อ ครีบหางต้องไม่มี สีแดงเพื่อเป็นการจบตอน ส่วนที่สำคัญ
ที่สุดมากๆ คือเรื่องตาข่าย ตาข่ายควรเรียงตัว และชิดกันเป็น
ระเบียบและตาข่ายควรที่จะขึ้นเต็มพื้นที่แดง คือ ไม่ว่ามีสีแดง
อยู่ตรงไหน ก็ควรมีตาข่ายขึ้นซ้อนอยู่ที่ นั่นยกเว้นบริเวณหัว

ส่วนตัวคิดว่าโกโรโมะเป็นปลาที่มีสีสันและลวดลาย โดยรวมน่า
จะนิยมพอ ๆ กับโคฮากุด้วยซ้ำ แต่ที่เลี้ยง กันไม่มากก็น่าเป็น
เพราะโกโรโมะที่สวย ๆ นั้นมีน้อย และราคาค่อนข้างสูง ซึ่ง
ลักษณะที่ไม่แตกต่างกัน ผู้เลี้ยงจึงเลือกที่จะเลี้ยงโคฮากุมาเป็น
ปลาหลักกันมากกว่า


โกโรโมะ เป็นปลาที่มีลักษณะที่ใกล้เคียงกับโคฮากุ ในเรื่อง
ของสีสัน และลวดลาย การวาง ตำแหน่ง ดังนั้นหลักเกณฑ์
ในการดูลวดลายของโกโรโมะจึงเป็นเช่นเดียวกับโคฮากุ



ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงแนวความคิดความคิดเห็นของบุคคล
เท่านั้น
สำหรับผู้ที่เลี้ยงปลา ไม่ว่าจะเป็นปลา คาร์พ หรือ ชนิด
อื่นๆ มีแนวคิด หรือ แนวทางที่เป็นของตัวเอง เพื่อใช้ในการ
ตัดสิน หรือ เลือกซื้อปลา ได้อย่างคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่เราเสียไป
ที่สุด คุ้มไหมกับปลา 1 ตัว กับเงินที่เสียไป นับพัน นับหมื่น . . .
นี้เป็นคำถามที่เราขอฝากนักเลี้ยงปลาทั้งหลายให้ได้คิดกัน


สุดท้ายขอขอบคุณเจ้าของปลาทั้งหลายที่ให้เราได้เข้าไปเก็บภาพ
และสัมภาษณ์กันครับ
และขอขอบพระคุณเฮียขัง ซึ่งขาดท่านผู้นี้
ไม่ได้เลย เพราะหากไม่ได้เฮียขังคงไมสามารถรู้จักผู้เลี้ยงปลา
แฟนซีคาร์พได้มากขนาดนี้ ขอบคุณครับ


ถ่ายภาพ และเก็บข้อมูลโดย : Chanaquarium.com
Update : ข้อมูลในวันที่ - 27 กุมภาพันธ์ 2548


 
 
 
 
     
  Copy Right © 2005 Design & Construction all rigths reserved.
  Developed & Designed by
AquaDesign
 
อยากมี Host เร็ว ๆ ดี ๆ คลิ๊กที่นี่